|
วัตถุประสงค์ของโครงการวิทยุเสียงที่เป็นมิตรสำหรับเยาวชน
ก็คือต้องการเปิดพื้นที่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้องค์ความรู้
ความเข้าใจ และประสบการณ์ต่างๆ
ในการทำงานประเด็นเยาวชน และผู้หญิง
โดยเฉพาะความคิดเชิงบวกที่มีต่อทัศนคติที่หลากหลาย
การเคารพความคิดเห็นของกันและกัน
เป็นแนวความคิดที่สำคัญของโครงการ
โครงการวิทยุเสียงที่เป็นมิตรสำหรับเยาวชนนี้
เป็นโครงการนำร่องในการทำงานด้านการสื่อสารสาธารณะเพื่อนำเสนอความคิดเชิงบวกของเยาวชน
และผู้หญิง
ซึ่งเสมือนเป็นการสร้างแหล่งการเรียนรู้ไปพร้อมๆ
กับการเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ
และพยายามส่งสารไปสู่สาธารณะว่า
เยาวชนไม่ใช่ตัวปัญหา
แต่เป็นคนร่วมกันช่วยแก้ไขปัญหาต่างหาก
จุดเริ่มต้นจากข้อสังเกตที่ว่า
เด็กและเยาวชน
มักจะถูกตั้งคำถามถึงค่านิยม
และทัศนคติทางเพศที่ผิดๆ และถูกสังคม
(ผู้ใหญ่บางคน) มองว่าเป็นตัวปัญหา
มีพฤติกรรมที่ส่ำส่อน เปลี่ยนคู่นอนบ่อย
และมองแบบเหมารวมว่า
เยาวชนทุกคนเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์
ซึ่งมาจากพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสมของตัวเยาวชนเองนั่นเอง
ซึ่งจากทัศนคติเบื้องต้นที่กล่าวมานี้
เรามองเห็นถึงการตีตราต่อตัวเยาวชน
และการพยายามชี้ให้เห็นว่า เยาวชนคือตัวปัญหา
และจะต้องรีบหาหนทางแก้ไขโดยด่วน
ทำให้เกิดความพยายามแก้ไขปัญหา
โดยการมองปัญหาเหล่านี้ว่า
มาจากการเรียนรู้เรื่องเพศของเด็กและเยาวชน
จึงได้นำกรอบความคิดซึ่งจำกัดกรอบการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน
ที่กล่าวอ้างถึงขนบธรรมเนียมที่ดีงามในสังคมไทย
โดยอ้างว่าเคยประสบความสำเร็จในการสร้างพฤติกรรมทางเพศที่ปลอดภัยให้แก่เด็ก
และเยาวชนไทยมาแล้วที่ผ่านมา หรือก็คือ
การยับยั้งการมีเพศสัมพันธ์ของเด็กและเยาวชน
นั่นเอง
จากฐานคิดเช่นนี้จึงเกิดความคิดในการจำกัดพื้นที่ทางความคิดในยุคโลกาภิวัฒน์ที่มีการเปิดกว้างของข้อมูลข่าวสาร
ทำให้เกิดความขัดแย้ง และความสับสนของผู้รับสาร
ซึ่งก็คือ
ตัวเด็กและเยาวชนที่อยู่ในช่วงวัยแห่งการเรียนรู้
อยากรู้อยากลอง
ซึ่งนำไปสู่การอยู่นอกกรอบทางความคิดของผู้ใหญ่
ทำให้เด็กและเยาวชนเหล่านั้นถูกขนานนามว่า ดื้อ
เกเร ใจแตก ไปจนถึงคำว่า ส่ำส่อน
และตอกย้ำกับทัศนคติว่า เขาเหล่านี้
คือตัวปัญหาของสังคม
และจะต้องทำการกักกันคนเหล่านี้ให้ออกจากสังคมที่มีความเจริญทางวัฒนธรรม
หรือสร้างพื้นที่พิเศษให้กับคนเหล่านี้
เพื่อการปรับเปลี่ยนให้มีพฤติกรรมที่อยู่ภายใต้การควบคุม
หรือสามารถควบคุมได้
ขณะเดียวกันบรรยากาศทางความคิดก็ค่อยๆ
เปิดกว้างอย่างเสรี และจิตสำนึกทางสังคม
คนไทยทุกหมู่เหล่าเริ่มคุ้นเคยกับคำว่า
สิ่งแวดล้อม ภูมิปัญญาชาวบ้าน เอกลักษณ์ท้องถิ่น
การพัฒนาแบบยั่งยืน ความคิดสร้างสรรค์
ผู้ด้อยโอกาส
รวมถึงการเปิดพื้นที่ให้กับความแตกต่างทุกรูปแบบ
ความหลากหลายเริ่มได้รับการยอมรับมากขึ้น
และกระแสการมีส่วนร่วมก็กำลังเป็นที่นิยมของกลุ่มคนที่มีความคิดก้าวหน้า
และผู้นำทางความคิดของสังคม กระแสเยาวชน
จึงเป็นปรากฏการณ์อย่างหนึ่งที่นับว่ามาแรงในช่วงเวลาที่ผ่านมา
มีการพูดถึงเยาวชนในแง่มุมต่างๆ
ซึ่งกระแสที่ว่านี้แสดงออกในรูปของการโปรโมต
ศักยภาพของเยาวชน
อย่างขนานใหญ่ในแทบจะทุกพื้นที่ของสื่อสารมวลชนเพื่อยืนยันต่อสังคมว่า
บัดนี้เยาวชนมีความสามารถทัดเทียมกับผู้ใหญ่
ผู้คนเริ่มชินตากับภาพเยาวชนที่มีความสามารถทั้งด้านสังคม
การเมือง ธุรกิจ รวมทั้งภาคประชาสังคม
การพัฒนาชุมชน สังคม
และอีกมากมายหลากหลายความสามารถในด้านที่ผู้ใหญ่เคยผูกขาดเอาไว้
แต่อย่างไรก็ตาม กระแส ศักยภาพของเยาวชน
ก็ยังคงเป็นประเด็นที่น่าตั้งคำถามเกี่ยวกับการตอกย้ำทัศนคติ
และความคาดหวังต่อเยาวชนที่ดีในมุมมองของผู้ใหญ่อยู่หรือเปล่า
ศักยภาพของเยาวชนเป็นภาพตัวแทนที่ผู้ใหญ่ต้องการนำเสนอต้นแบบของเด็กและเยาวชนที่อยู่ในโอวาท
(ควบคุมได้)
ที่แท้จริงแล้วต่างเป็นภาพที่ถูกประกอบสร้างด้วยการหยิบเลือกเอาคุณลักษณะต่างๆ
ทางสังคมมาประสมกันเข้าด้วยกัน
เพื่อนำเสนอความหมายและคุณค่าบางอย่างของเด็กและเยาวชนสู่การรับรู้ของสาธารณะ
ซึ่งเป็นการเลือกนำเสนอ
และเลือกปฏิบัติตามเด็กและเยาวชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่สังคม
(ผู้ใหญ่) ยอมรับ และตัดสิน หรือก็คือ
แนวความคิดที่มีผู้ใหญ่เป็นศูนย์กลาง
ซึ่งนำไปสู่แนวความคิด ผู้ใหญ่ในร่างเด็ก
นั่นเอง
ดังนั้นสถานการณ์อันดูเหมือนขัดแย้งกันระหว่างแนวความคิดที่ว่า
เยาวชนเป็น ตัวปัญหา
กับ เยาวชนมี ศักยภาพ
จึงเป็นสัญญาณของการบ่งบอกการพัฒนาเพื่อการปรับตัวของสังคมไทย
ที่มีกลยุทธ์ในการรับมือกับกระแสความคิดที่ขัดแย้งกับความคิดกระแสหลักของสังคมไทย
ด้วยวิธีการดูดกลืน นั่นก็คือ
แทนที่จะพยายามขจัดปัจจัยเหล่านั้นทิ้งไป
ก็ดึงมันเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบ
โดยเลือกเอาด้านที่พอจะเข้ากันได้มาขับเน้น
พร้อมกับกลบเกลื่อนบดบังด้านที่เป็นพิษเป็นภัยเสีย
ดังนั้นคำว่า ศักยภาพของเยาวชน
ที่สังคม (ผู้ใหญ่) ต้องการ แตกต่างกับ
ศักยภาพของเยาวชน
ที่เด็กและเยาวชนเป็นตัวของตัวเองหรือไม่อย่างไร
โดยเฉพาะต่อประเด็นเรื่องชีวิตทางเพศของเยาวชนที่ตกเป็นจำเลยต่อการเป็นตัวปัญหาของสังคมปัจจุบันเสมอมา
และทัศนคติของเยาวชนในเรื่องวิถีชีวิตทางเพศที่ปลอดภัยและมีความสุขเป็นอย่างไร
อะไรคือสิ่งที่ตอบโจทย์ที่สังคมตั้งคำถามกับเยาวชนได้อย่างถูกต้อง
เหมาะสม
การมองภาพขององค์รวมที่มีความแตกต่าง
และมีความต่อเนื่องที่ไม่สิ้นสุดของชีวิตทางเพศของเยาวชน
ทำให้ประเด็นที่ศึกษามีความหลากหลาย
และไม่ได้เฉพาะเจาะจงไปที่กลุ่มคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
หรือข้อมูลด้านใดด้านหนึ่ง
แต่สิ่งหนึ่งที่เราคิดว่าเป็นสิ่งสำคัญของการเข้าใจประเด็นเหล่านี้ก็คือ
การมองภาพความหลากหลายของวิถีชีวิตของเยาวชน
ที่มาจากการเคารพทุกความคิดความเห็น
และความรู้สึก การเสริมสร้างทัศนคติที่ดี
และสามารถเชื่อมโยงกับการใช้ชีวิตทั่วไปของเยาวชนเป็นสิ่งที่ไม่สามารถแยกส่วนคิดกับประเด็นอื่นๆ
ได้
ดังนั้นเราจึงมีเห็นว่าเรื่องเพศเป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกับการดูแลสุขภาพของตัวเอง
และมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตอย่างยิ่ง
การมองชีวิตทางเพศเป็นภาพวิถีชีวิตร่วมกันของคนๆ
หนึ่ง ที่มีความรู้สึก มีจิตใจ
และมีเหตุผลที่มีตัวตนของตัวเองเป็นศูนย์กลางนั้น
ทำให้เรามองคน (เยาวชน)
เป็นมนุษย์ที่มีความคิดเป็นของตัวเอง
และสามารถตัดสินเรื่องของตัวเองได้
เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินชีวิตของตนเอง
การมองเยาวชนด้วยแนวคิดเช่นนี้ทำให้การมองชีวิตคนๆ
หนึ่งไม่สามารถมองแบบแยกส่วน
หรือมองเพียงด้านเดียวเหมือนแต่ก่อนได้อีกต่อไป
ชีวิตของคนๆ
หนึ่งซึ่งประกอบไปด้วยการโยงใยของสิ่งที่มีหลากหลาย
รวมถึงชีวิตทางเพศที่มีความเกี่ยวข้องกับสังคม
เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ความเชื่อ ศาสนา เป็นต้น
ดังนั้นหากจะมองถึงการตัดสินใจของเยาวชนในการกระทำสิ่งใด
จึงเป็นสิ่งที่จะต้องมองอย่างรอบด้าน
และเข้าใจสิ่งที่เยาวชนคนๆ นั้นเป็น
หรือต้องการจะเป็น.
|